โปรดช่วย ก่อนสังคมจะขาดคนดี หนุ่มโพสต์เรื่องราว พ่อค้าขายข้าว ใช้วัตถุดิบดี ราคาถูก แต่อีกไม่นาน ต้องจำใจปิดร้าน



เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีผู้คนร่วมแชร์เป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีชายหนึ่งได้เล่าเรื่องราวลงในกระทู้พันทิป เป็นเรื่องราวของพ่อค้าหนุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังจะปิดกิจการของตนเองที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน โดยเล่าว่า

"กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผม และเป็นเรื่องจริงทุกประการ ซึ่งผมต้องการให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ได้อ่านกระทู้นี้จนจบ ฝากแชร์ ฝากส่งต่อไปยังใครอีกหลายๆคนที่ยังไม่รู้ ก่อนที่คนดีๆในสังคมจะหายไปอีกหนึ่งคน...หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับผม

ขออนุญาติแท็กชาวก้นครัว กับ ผลิตภัณฑ์อนุรักสิ่งแวดล้อมนะครับ

เมื่อวาดผมได้เดินทางไปหาเพื่อนคนนึง ตั้งแต่เช้าจากปากน้ำ จ.สมุทรการ ไปยัง สำโรง จ.สมุทรปราการ (สุขุมวิท113) เนื่องจากรีบเดินทางไปทำธุระด่วน ก็เลยไม่ทันสังเกตุเห็นบางเรื่องที่น่าสงสาร

เวลาประมาณ 11 โมง ผมเดินทางกลับไปยังหน้าปากซอยสุขุมวิท113 เพื่อจะขึ้นรถไฟฟ้า BTSสำโรง

พี่วินมอเตอร์ไซต์ ขี่ย้อนศรออกมา (แถวนี้เป็นถนนวันเวย์ เข้าได้ แต่ต้องออกอีกทางนึง) ซึ่งพี่วินเราก็โดนใบสั่ง...แต่เพราเหตุนี้ ทำให้ผมเหลือบเห็นร้านนึงใช้ป้ายโฆษณาสวยๆ มีความคิดสร้างสรรค์มากครับ และยังตกใจในราคาสินค้าที่ติดอยู่ ในราคาเพียงแค่ 15 บาท



เชื่อไหม..? ผมเลือกเดินไปที่ร้านนั้นทันทีแบบไม่ลังเลใจ

แต่ก็มีเรื่องที่น่าตกใจอีกอย่าง คือ..พ่อเป็นวัยรุ่น ยังหนุ่มยังแน่น หน้าตาเรียบร้อย เป็นเด็กดี อายุแค่ 20 ปี ผมก็ดีใจสิครับ ที่เด็กสมัยนี้รู้จักการทำมาหากิน ไม่ใช่ขอแต่เงินพ่อแม่ หรือนอนเล่นไปวันๆเหมือนลูกผม 555

พอผมยืนนิ่งๆหน้าร้าน น้องเขาอัธยาศัยดีมาก และแล้วผมก็ตกใจอยู่เรื่องนึง น้องเขาเลือกใช้วัตถุดิบที่เราต่างคาดไม่ถึง ทั้งข้าวหอมมะลิเอย..น้ำมันรำข้าวเอย..อกไก่อนามัย..ไข่ไก่อนามัย...

ในใจผมคิดนะ จะอยู่รอดเหรอเนี่ย.. อย่าว่าแต่ราคา 15 บาท เลยนะ 25 บาท ผมยังมองว่าถูกไปไหม...!!? เพราะดูๆแล้วเขาใช้วัตถุดิบดีเทียบเท่าร้านอาหารจานหรู่ๆ ได้เลยนะ ขนาดร้านอาหารตามสั่งหมื่นร้าน ก็ยังเดาได้ว่าใช้แต่น้ำมันปาล์มกันอยู่เลย...

ผมเลยถามเขาว่า..

"น้องครับ..ขายดีไหม วันนึงขายได้เยอะไหม ?"

เขาเงียบไปสักพัก และตอบว่า..

วันนึงผมขายได้ 3 ห่อ กับอีกประมาณ 12 กล่อง/วัน

ที่สำคัญก็คือ..เขาขายมาได้ 1 เดือนแล้ว

(ใบหน้าน้องเขาดูเศร้าๆ)

ในตอนนั้นหัวใจของผมแหลกสลายเลย เพราะผมเห็นเด็กอายุแค่ 20 ปี รู้จักหางานทำ แถมยังใช้วัตถุดิบที่โคตรจะคุ้มค่ากับคนกิน แต่ผู้คนมากมายกลับไม่เลือกเขา แต่เลือกซื้ออาหารที่เป็นโทษต่อร่างกาย



ผมเป็นคนนึงที่ชอบกินกะเพราไก่มากครับ แต่พอได้เห็นร้านนี้ ทำให้ผมนั้นไม่อยากกินกะเพราที่อื่นที่มีแต่เอาเปรียบผู้บริโภค เรานี้เขาเห็นใจคนกิน ทั้งในด้านราคา และวัตถุดิบที่ดี ผมรู้สึกโชคดีมากครับที่ยังมีร้านที่เห็นแก่ผู้อื่นมาก่อน อยู่บนแผ่นดินของเราอีกหนึ่งร้าน และรสชาติก็อร่อยไม่แพ้ร้านไหนเลยด้วย

พอน้องเขาว่าง ผมเลยขอเวลาคุยกับน้องเขา เพราะผมอยากรูเว้าทำไมน้องเขาถึงมาขาย และทำไมยังขายอยุ่ทั้งที่เขาก็ขาดทุน

เส : น้องชื่ออะไรครับ ?

แก้ว : แก้วครับผม

เส : น้องแก้วอายุเท่าไหร่เหรอครับ ?

แก้ว : 20 ปี ครับ

เส : ทำไมน้องเลือกมาขายข้าวกะเพราไก่ กับ ข้าวไข่เจียวล่ะครับ ?

แก้ว : ผมเห็นว่าเป็นอาหารที่กินง่ายครับ

แต่ที่ผมเคยซื้อกิน มักจะมีแต่ร้านที่เอาเปรียบคนกินน้ะครับ ผมเลยอยากเปิดบ้าง แต่ให้คนมีรายได้น้อยถึงสูงได้กินของดีๆ

เส : พี่เส..อยากรู้อ่าครับ น้องแก้วทำเอง..ลงทุนเองทุกอย่างเลยเหรอ..?

แก้ว : คือ ทีแรกยังไม่มีป้ายโฆษณาหรอกครับ

ผมมีเงินทุนแค่ 14,000 บาท ใช้เวลาเก็บเกือบ 2 ปี



เมื่อก่อนหน้านี้ ผมทำงานพาร์ททาม ที่ Hot ...(หม้อ) Buffet Central Bangna เดือนนึงประมาณ 7,500 บาท งานค่อยข้างหนักมาก + ทำงานเลยเวลากว่า 3 ชม. ชั่วโมงเพิ่มเงินไม่เพิ่ม เพราะผู้จัดการร้านบังคับ เลิกงานเที่ยงคืนทุกวันเลยครับ บ้านพักอยุ่ไกลถึงบางโฉลง ไม่มีรถเมล์กลับ บางครั้งผมต้องเดินกลับถึงบ้าน จนผมต้องซื้อผ่อนมอเตอร์ไซต์ ไม่งั้นคงเหนื่อยกลับบ้านเป็นสิบกิโลครับ (ถ้าเป็นผมคงลาออกตั้งแต่เดือนแรก ไม่ไหวอยุ่ถึง 4 ปีแน่ๆ ผมแก่แล้วก็งี้ 555)

ตอนผมเริ่มขายได้สักพักนึง มีพี่คนนึงใจดีมาก เขาเห็นผมใช้แต่ของดี และราคาถูก เขาสงสารผม เขาเลยขอทำป้ายโฆษณาให้น่ะครับ และยังจะออกเงินทำให้อีก ทีแรกคิดว่าเขาพูดเล่น พอผ่านไป 4 วัน ผมก็ตกใจ พี่เขาพูดจริงๆ และทำสวยมากๆด้วยครับ



ในวันนั้นผมถึงกับร้องไห้ออกมา เพราะไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจพี่เขายังไงดี... เพราะเงินผมก็ไม่มี แต่พี่เขาบอกว่าอยากให้ผมกับร้านดีๆแบบนี้อยู่ได้ และมีกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมจะได้มีกำลังใจมากๆ ในการมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าคนอื่นๆ ส่วนพลาสติกคลุมอาหารพี่เขาก็เป็นคนจัดการให้ครับ เขาทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเป็นพี่ชายผมเลยครับ

เส : เงินทุน14,000 บาท กับ รายได้ที่น้อย น้องกังวลมากไหม ? พี่ว่าน่าจะน้อยนะครับ...

แก้ว : คงอยู่ได้ไม่เกินต้นเดือนมีนาหรอกครับ ผมเองก็เสียดายมากครับ พี่ทำดีทุกอย่าง แต่ผลตอบรับไม่ดีตามมา แต่ผมก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ จนเงินเก็บหมดน่ะครับ

เส : เคยมีอะไรที่ใฝ่ฝันอยากจะทำไหมครับ ?

แก้ว : ไม่มีครับ ผมไม่กล้าที่จะฝันอะไรหรอกครับพี่ ต้นทุนเดิมผมเป็นคนรากหญ้าในสายตาคนอื่นเขา

เส : เอาน่าาๆ ตั้งใจทำให้ดีที่สุดนะ เดี๋ยวพี่จะพยายามชักชวนคนอื่นๆ ให้มาอุดหนุนน้องเยอะเลยล่ะ 55555

แก้ว : ขอบคุณพี่มากๆเลย ถ้าผมมียอดขายเยอะขึ้นเรื่อยๆ คงจะดีครับ ถ้า1,000 กล่องก็ได้นะครับ 555 แต่ถึงยอดขายเยอะขึ้นมากแค่ไหน ผมก็จะยังคงใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีเหมือนเดิมครับ

หลังจากผมได้พูดคุยเสร็จ ผมได้สั่งข้าวกะเพราไก่ 5 กล่อง กล่องละ 30 บาท ซึ่งมาตรฐานการใส่เยอะมากครับ เต็มกล่อง (600ml.) ขนาดร้านข้าวแกงหรือตามสั่งยังอายเด็กคนนี้อ่ะครับ เรียกได้ว่าปริมาณทั้งข้าวและกะเพราไก่ เหนือกว่า กะเพราไก่ ตามร้านอาหารตามสั่ง ที่ราคา 50 บาทซะอีก อีกทั้งยังใช้กล่องจากเยื่อพืชธรรมชาติซะด้วย... งานนี้ จะราคาไหนก็คถ้นคนกินอย่างผมแน่นอนครับ 5555



น้องเขารับทำข้าวห่อ-ข้าวกล่อง ด้วยนะครับ เขาเคยรับทำแค่ครั้งเดียว 200 กล่อง จากพี่ที่ทำป้ายโฆษณาให้ เพราะคนอื่นไม่รู้ว่าเขารับทำ เขาใช้วัตถุดีเหมือนตอนขายหน้าร้านซะด้วย

อันนี้ผมไปจำราคาเขามานะ คงไม่น่าจำพลาด

ข้าวกะเพราไก่

ห่อละ 15 บาท (ข้าวเยอะ)

กล่องละ 30 บาท (แน่นทั้งข้าว ทั้งกับข้าว)

เพิ่มไข่ดาว/เจียว 5 บาท

ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง (ไข่ไก่อนามัย)

1 ฟอง/กล่อง 20 บาท

2 ฟอง/กล่อง 30 บาท

สถานที่สำหรับคนที่อยากลองไปอุดหนุนน้องแก้วนะครับ

อยู่ปากซอยสุขุมวิท113 เลี้ยงเข้าซอยจะเจอทันที ร้านจะอยู่ฝั่งขวาครับ สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า มาลงสถานีสำโรง และเดินมาทาง Sky Walk ย้อนกลับมาทางฝั่งแบริ่ง

หากไม่เข้าใจ สามารถค้นหาใน Google Map ได้นะครับ อันนี้รูปภาพคร่าวๆครับ



ร้านเปิด - ปิด

วันจันทร์ - วันเสาร์

มี 2 ช่วงเวลานะครับ

06 : 00 - 11 : 00 น.

15 : 00 - 18 : 10 น.

(เวลาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเพราะบางครั้งน้องต้องเข้าไปดูแลสุขภาพคุณแม่ที่ห้องพักที่เช่าอยู่ สามารถโทรสอบถาม เบอร์ในป้ายได้เลยครับ)

หลายคนอาจจะดูถูกน้องแก้วคนนี้ แต่ผมกลับมองว่าน้องแก้วน่ายกย่อง น่านับถือมากครับ คุณลองคิดตามผมนะครับ... หลายคนมีเงินเป็นแสนเป็นล้าน แต่กลับนิ่งเฉย ให้ตัวเองสบายก็พอแล้ว แต่น้องเขามีเงินเพียงแค่ 14,000 บาทเท่านั้น แต่กลับหวังจะเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีที่สุด สำหรับผู้บริโภคอย่างพวกเรา



ผมต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่มาอ่านจนจบนะครับ ผมคาดหวังเป็นอย่างสูงว่า..พวกเราทุกคนจะได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เด็กคนนึง ที่คิดอยากจะเริ่มต้นทำสิ่งที่ดีใให้กับผู้บริโภคทุกคน รวมถึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีในสังคมไทยของเราทุกคน

ขอเพียงเราสามารถแชร์ส่งไปยังเพื่อนๆในโลกออนไลน์อีกมากมาย นั่นก็ถืแว่าช่วยให้น้องเขาได้มีหนทางที่จะเดินต่อไปได้แล้วล่ะครับ"



ขอบคุณ pantip