เปิดใจ เอิร์ธ-เปา เผยเรื่องเรือนหอ20ล้าน แต่งงานกันเพราะเป็นลูก ซูโม่กิ๊ก เกือบต้องเลิกกัน (คลิป)



ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่อีกไม่นานนี้ก็จะจูงมือเข้าประตูวิวาห์แล้วสำหรับคู่ของนักร้องสาว เปา เปาวลี พรพิมล และแฟนหนุ่ม เอิร์ธ กานต์ กิจเจริญ ลูกชายคุณพ่อ ซูโม่กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ ที่ตอนนี้ความรักกำลังสุกงอมสุดๆอีกไม่นานก็จะเตรียมตัวเข้าประตูวิวาห์แล้ว ล่าสุด เปาวลี ควงเอิร์ธ มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31

ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เจอกันได้ยังไง?

เอิร์ธ : คือตอนนั้นผมเรียนอยู่ต่างประเทศ แล้วเปาเขาก็มาโปรโมทหนัง ผมกลับมาพอดี ก็เลยมีโอกาสได้เจอกัน เพราะปกติผมก็ไปตามรายการอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักนะครับ เพราะเขาก็ยังใหม่ในวงการด้วย เปา : ใช่ค่ะตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จัก เปา เปาวลี เลย แล้วรายการนี้ก็เป็นรายการแรกๆที่ไปโปรโมทเลย



เห็นบอกว่าคนที่เป็นพ่อสื่อคือ ป๋ากิ๊ก ซึ่งเป็นคุณพ่อจริงหรือเปล่า?

เอิร์ธ : จริงๆก็ไม่เชิงนะครับ เราแค่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้นิสัยดีอะไรแบบนี้ แล้วคุณพ่อเขาก็ไปบอกเปา แล้วจะบอกว่าตอนที่เราถ่ายรูป หน้าตาก็ยังไม่ได้มองกันเลย หลังจากนั้นก็มีบางอย่างที่ทำให้เราชอบเขา เปา : คือตอนนั้นเราถ่ายรายการเสร็จเรียบร้อย แล้วก็กำลังจะกลับบ้าน ก็ไปรออยู่หน้าสตูฯ เพื่อจะขอป๋าถ่ายรูปด้วย พอถ่ายกับป๋าเสร็จ ป๋าก็บอกให้รอแป๊บนึง เดี๋ยวจะเรียกลูกชายมาถ่ายรูปด้วย



แล้วมาเริ่มคุยกันได้ยังไง? เอิร์ธ :

หลังจากวันนั้นผมก็ไปขอเบอร์จากทีมงานครับ แล้วก็โทรไป ครั้งแรกเจอคุณแม่รับ เราก็บอกว่าเป็นทีมงานขอคุยกับเปาวลีหน่อย ก็เลยได้คุยกันครับ เปา : พอคุณแม่ส่งโทรศัพท์มา เขาก็แนะนำตัว ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรมาก เพราะคุณแม่นั่งอยู่ใกล้ๆ และคุณแม่ก็ค่อนข้างห่วงเรามากพอสมควร เราก็พูดดังมากไม่ค่อยได้



เห็นว่าตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจ?

เปา : คือเราจะเป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้วค่ะ แล้วก็ยังไม่มีใครเข้ามาในช่วงนั้นเลย อีกอย่างคือเราเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เราก็เลยคิดว่ามันจะดีเหรอถ้าเกิดว่าเราให้ใจเขาไปเลย เราก็ต้องดูก่อนว่าเขานิสัยใจคอเป็นยังไง แล้วพอเขาตัดสินใจที่จะคุยกับเราแล้ว เราก็อยากจะเห็นความพยายาม หรือไลฟ์สไตล์ของเขาว่ามันเป็นยังไง เราก็เลยให้ Facebook คุยผ่านแชทไปก่อนอะไรแบบนี้ค่ะ แล้วคุณแม่ก็บอกว่าให้คุยเป็นเพื่อนไปก่อน แล้วค่อยพัฒนาเป็นอย่างอื่นค่ะ เพราะว่าตอนนั้นเราก็ยังอยู่ในช่วงของวัยรุ่น ซึ่งค่อนข้างยังเด็กอยู่



ดูใจกันนานถึง 3 ปี มั่นใจได้ยังไงว่าอยากจะรอผู้หญิงคนนี้?

เอิร์ธ : มีความรู้สึกว่าเขาก็อดทนไปกับเรา ก่อนหน้านี้เราก็มีแฟนมาหลายคนเหมือนกัน แต่ผู้หญิงคนนี้ระหว่างที่เราไม่อยู่ ระหว่างที่เราเรียนอยู่เมืองนอก เขาไม่เคยไปคุยกับผู้ชายคนไหนเลย เลยมีความรู้สึกว่าเหมือนเขาก็รอเราอยู่เหมือนกัน แล้วเขาก็เป็นคนที่รักครอบครัวของเขามาก แล้วเขาก็ยังรักครอบครัวเราด้วย เราก็คิดว่าถ้าเกิดวันนึงได้อยู่ด้วยกันเราคงเป็นครอบครัวที่รักกันมากแน่ๆเลย เปา : คือจะบอกว่าตอนที่เขาเรียนอยู่อเมริกา ตอนที่ของเขาเช้า บ้านเราก็จะดึกพอดี เราก็จะมีเวลาคุยกันแค่วันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วจะอยู่ช่วงเวลาประมาณห้าโมงเย็น ก่อนที่เราจะไปงาน เขาก็จะเริ่มตื่นไปเรียนแล้ว ซึ่งช่วงนั้นแหละค่ะเราก็มีโอกาสได้คุยกัน



แล้วคุณพ่อมารู้ว่าเราคบกัน ได้ยังไง?

เอิร์ธ : คือว่าจะเป็นคนที่บอกครอบครัวตลอดอยู่แล้วครับ ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่หรือคุยกับใครอะไรแบบนี้ ซึ่งคุณพ่อเขาก็ทราบว่าเราคุยกับเราอยู่ ซึ่งตอนนั้นเขาก็โอเคไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ แต่เขาก็มีบอกบ้างว่าอย่าเต็มร้อยนะ เพราะเราอยู่เมืองนอก ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างอะไรแบบนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณพ่อจะห่วงลูกชายครับ

เห็นบอกว่าตอนเป็นแฟนกันก็ต้องหลบๆซ่อนๆตลอดเลย? เปา

: คือจะเป็นความระแวงของเราเองค่ะ เพราะประมาณ 8-9 ปีที่ผ่านมา Social หรือการเปิดเผยของดารามันยังไม่เท่าตอนนี้ ในตอนนั้นเราก็ยังคิดแบบสมัยก่อนค่ะ ว่าถ้าเกิดเราเปิดตัวไปแล้วมันจะกระทบกับงานของเราหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้ดังหรือมีคนรู้จักอะไรมากมาย แต่เราก็ต้องเลือกที่จะเซฟตัวเองไว้ด้วย อีกอย่างนึงคืออาชีพนี้มันก็เป็นความฝันของหนู และยังเป็นความฝันของทั้งครอบครัวด้วย



เคยรู้สึกแบบอึดอัดจนถึงขั้นไม่ไหวบ้างไหม?

เอิร์ธ : ก็มีนะครับ เปา : ใช่ค่ะ ตอนนั้นก็คบกันประมาณ 2-3 ปีแล้ว ก็ไปดูหนังกัน และตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้เปิดตัว เราก็เอาพี่ชาย และก็พี่ที่สนิทอีกคนนึงไปด้วย แล้วเราก็โทรเรียกเขาให้มาดูหนังกัน แล้วเราก็ไปกับกลุ่มพี่ๆ แล้วให้เขาเดินตาม คือจะไม่กล้ายืนใกล้กัน เอิร์ธ : ตอนนั้นเราก็รู้สึกน้อยใจครับ ว่าทำไมชีวิตเราเศร้าจังเลย เป็นแฟนกันแท้ๆ แต่ทำไมคือบอกใครก็ไม่ได้ ต้องเดินตามดูเขาสนุกสนาน แล้วเราก็เดินคนเดียว เป็นเหมือนแฟนคลับที่ไม่มีคนสนใจ เป็นแบบนั้นเลยครับ ก็เลยบอกเขาว่าเราพอกันแค่นี้เถอะ รู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ

คลิป



ขอบคุณ รายการ คุยแซ่บshow